ข้อคิดจากไอสไตน์

posted on 24 Oct 2009 17:14 by dukgadik  in other

credits : ขอบคุณ คุณเต้ ของบอร์ด pantown ค่ะ

ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า

" มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า

พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ

ปรากฏว่า คนหนึ่งตัวสะอาด

อีกคนคัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า

ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน "

นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า

" ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ "

ไอสไตน์ พูดว่า

" งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะ

คนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน

เขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไปเก่าเหมือนกัน

ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย

ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า

ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน

ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า

ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่ "


นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า

" อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก

ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก

เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย

ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย

..... ถูกไหมครับ...."

ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน

ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้

ไอสไตน์ ค่อยๆพูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผล

" คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน

จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก

นี่แหละที่เขาเรียกว่า " ตรรก " "


เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด

ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล

แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ " ตรรก "


จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก

" พันธนาการของความเคยชิน "

หลบเลี่ยงจาก

" กับดักทางความคิด "

หลีกหนีจาก

" สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "

ขจัด

" ทิฐิแห่งกมลสันดาน "


จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้

 

อ่านแล้ว มีความคิดยังไงกันบ้างคะ

หลังจากที่หายหน้าหายตาไปหลายวันตั้งแต่อัพ Blog Action Day ป้านิไม่ได้หายไปไหนค่ะ

แต่ป้านิได้ไปวัดอัมพวัน  จ.สิงห์บุรี ค่ะ ซึ่งเจ้าอาวาสวัดก็คือ พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือที่ รู้จักกัน

ในนามหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมนั่นเองค่ะ  ป้านิเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือธรรมะค่ะ จึงเคยอ่านหนังสือที่

หลวงพ่อจรัญเขียนไว้ จึงอยากลองไปเข้ากรรมฐานดูพอช่วงนี้ว่างหลายวันเลยถือโอกาสมาเข้ากรรมฐานซะเลย

โดยทางวัดจะรับ  สมัครคนเข้ากรรมฐานทุก ๆ วันศุกร์ คืออยู่ 3 วัน และในวันโกน

(วันก่อนวันพระ) คืออยู่ 7 วัน ค่ะ เวลาในการเดินทางถ้านั่งรถ บขส. จากหมอชิตไปถึงก็ประมาณ

ชม.ครึ่ง แต่ถ้านั่งรถก็ประมาณชม.นึง พอป้านิไปถึง ประมาณ 10 โมง คนก็ต่อแถวลงทะเบียนกันเยอะเลย

ค่ะ ในการลงทะเบียนต้องใช้บัตรประชาชนด้วยนะคะพอลงทะเบียนเสร็จก็สามารถขึ้นที่พักได้เลยค่ะ

โดยหอนอนก็จะเป็นห้องใหญ่ นอนกันหลาย ๆ คนค่ะ ทางที่ดีควรจะมาเช้าหน่อยนะคะประมาณ 9 โมง

เพราะคนมาเยอะค่ะ ซึ่งบางครั้งถ้าช่วงเทศกาลคนอาจจะ มาเกิน 2000 คน ที่พักก็อาจจะเต็มค่ะ

ในการปฎิบัติกรรมฐาน ก็จะมีการสวดมนต์ เดินจงกรม และการนั่งสมาธิจะเน้นที่ต้องมีสติตลอดเวลาค่ะ

ซึ่งทางวัดก็จะมีเจ้าหน้าที่สอนค่ะ ในการปฏิบัติธรรมก็จะมีกฏคร่าว ๆ คือ

1. ในการปฏิบัติต้องใช้ชุดขาวเท่านั้นนะคะ ผู้ชายก็ใส่เสื้อขาวไม่มีลวดลายและกางเกงขายาวสีขาว

ผู้หญิงใส่เสื้อขาว  สไบ และผ้าถุงสีขาวค่ะ กระเป๋าก็ต้องเป็นสีขาวนะคะ จะนำไปเองหรือยืมทางวัด

หรือไปซื้อในวัดก็ได้ค่ะ ถ้ายืมทางวัดก็จะต้องซักเองหรือจ้างคนอื่นซักค่ะ หรือจะไปซื้อข้างในวัดก็ได้ค่ะ

2. การกินอาการจะกิน 2 มื้อค่ะ คือ เช้าและเที่ยงซึ่งทางวัดจะเตรียมอาหารเจไว้ให้

3. ในการปฏิบัติต้องนับถือศีล 8 ค่ะ 

4. ระหว่างการปฏิบัติ ห้ามอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เรียนหนังสือ ฟังเพลง ดูทีวี สูบบุหรี่ ค่ะ

อานิสงส์ของการปฏิบัติธรรม

1.  ทำให้เรามีสติ

2.  มีความอดทนต่อความทุกข์ ที่เข้ามาในชีวิต

3.  มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตค่ะ

ถ้าใครว่างก็สามารถไปกันได้นะคะ กรรมฐานช่วยได้จริงๆ ค่ะขอฝากธรรมะจากหลวงพ่อจรัญทิ้งท้ายหน่อยนะคะ

"ท่านมาวัด

ท่านจะมาสร้างบุญหรือมาทำบุญ

มาทำบุญนี่ง่ายมาก

เอาสตางค์มาทำบุญง่าย

แต่สร้างบุญไว้ในจิต

ตั้งสติไว้ที่ใจ

.....ทำยาก"

edit @ 18 Oct 2009 17:52:20 by DukGaDik

Blog Action Day : climate change

posted on 14 Oct 2009 13:08 by dukgadik  in other

สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน วันนี้ป้านิกลับมาเขียนบล๊อกอีกครั้งนึงนะคะ เนื่องจากวันนี้เป็นวัน 

Blog Action Day    เพื่อน ๆ อัพบล๊อกกันรึยังคะ ช่วย ๆ กันอัพนะคะ เพื่อโลกของเรา

 

 


 

ป้านิเชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยิน ได้ฟังคำว่า ภาวะโลกร้อนทุกคน มาแล้วทุกคน 

ปัจจุบันมีแทบจะมีข่าวที่เกิดจากภาวะโลกร้อนแทบทุกวัน ตั้งแต่ข่าวภัยธรรมชาติ

ข่าวสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์  ฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ทำให้คนตื่นตัวในเรื่องนี้มากขึ้น

ซึ่งสาเหตุของภาวะโลกร้อนก็ไม่ใช่ใคร นั่นก็คือเราเองแหละค่ะ ที่เป็นคนทำ

 บางคนอาจจะยังคิดว่าถึงเราจะช่วยประหยัดไฟ ไม่ตัดไม้ทำลายป่าแต่โลกก็

ยังร้อนอยู่ดี แต่ลองคิดดูนะคะ ถ้าสมมุติว่าคนทั้งโลกช่วยกันจะช่วยลดการปล่อย

ก๊าซเรือนกระจกได้เป็นล้านตัน

 

และป้านิก็มีคลิปมาให้เพื่อน ๆ ดูนะคะ เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนค่ะ 

 

 

 

 

เราสามารถช่วยโลกของเราด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น

 

 

 

1.  ประหยัดน้ำ ไฟฟ้า ปิดเมือไม่ได้ใช้

 

 

2.  เปลี่ยนหลอดไฟ 
 
 
 

 

3.  ลดการใช้รถหรือถ้าไปเส้นทางเดียวกันก็ให้ติดรถไปคันเดียวค่ะ
 
 

 

4.  ลดใช้ถุงพลาสติก 
 
 

 

5.  ตากเสื้อโดยใช้แสงแดดแทนการอบด้วยเครื่อง
 

 

6.  ถ้าอากาศไม่ร้อนมากก็ให้เปิดหน้าต่างแทนการเปิดแอร์

หรือใช้พัดลมดูดอากาศช่วย

 

 


 

7.  หมั่นเช็คลมยางซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้
 
 
 

 

8.  อะไรที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ก็นำมาใช้ใหม่ เช่น

ถุงพลาสติก เสื้อผ้า  กระดาษ เป็นต้น
 
 

 

9.  ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์เมื่อไม่เกิน 3 ชั้น
 
แถมเป็นการออกกำลังกายด้วย
 
 
 

 

10. ไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมีในบ้าน ควรเลือกใช้ปุ๋ยหมักแทน
 
 

 

11.  ทาหลังคาบ้าน หรือ ผนัง ด้วยสีอ่อน
 
ทำให้ดูดซับความร้อนน้อยลง
 
 
 
 

 

12.   สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดโลกร้อน
 
 
 

 

***** ที่สำคัญเลยนะคะ ต้องช่วยกันปลูกต้นไม้

และรณรงค์ให้คนหันมาตระหนักเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนค่ะ 

 

สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายด้วย เพลง เปลี่ยน - Tatoo colour  เนื้อเพลงดีมั่ก ๆ ค่ะ

ไว้ว่าง ๆ จะมาอัพใหม่นะคะ

อย่าลืมนะคะ เพียงคนละไม้ละมือ เราก็สามารลดภาวะโลกร้อนได้ค่ะ  สวัสดีค่ะ

 

edit @ 15 Oct 2009 09:04:31 by DukGaDik