How to ปลูกถั่วงอกไร้รากภายใน 2 วัน !! Did it yourself
posted on 24 Apr 2010 19:19 by dukgadik
edit @ 24 Apr 2010 20:52:46 by DukGaDik
edit @ 24 Apr 2010 20:52:46 by DukGaDik
มีนิทานของชาวจีนเรื่องหนึ่งเล่าว่า.... สามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในชนบทกับ
ท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่ง และมีม้าฉลาดแสนรู้อีกตัวหนึ่ง ทั้งสองสามีภรรยา
รักม้าตัวนี้มากวันหนึ่งม้าหนีไป ทั้งสามีภรรยาเสียใจมาก
ท่านผู้เฒ่าก็ได้ปลอบใจว่า “อย่าเสียใจเลย เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”
เวลาผ่านไปหลายวัน ม้าตัวนั้นก็กลับมาที่บ้าน แต่คราวนี้ได้พาแฟนมาด้วย
เป็นม้าป่าอีกตัวหนึ่ง สามีภรรยาต่างก็ดีใจมาก แต่ท่านผู้เฒ่าก็บอกว่า...
“อย่าเพิ่งดีใจ เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”
ต่อมาวันหนึ่ง สามีพาม้าตัวใหม่มาหัดขี่เล่นไปรอบๆ บ้าน ม้ายังไม่เชื่องดี
จึงยังไม่สามารถบังคับได้ดังใจ ม้าพาวิ่งลอดเข้าไปใต้ถุนบ้าน
ตัวเขาชนกระแทกเข้ากับตัวบ้านอย่างแรง
ตกลงมาพิการแขนขาหัก ทั้งสามีภรรยาต่างก็เสียใจกับเหตุการณ์นี้มาก
ท่านผู้เฒ่าก็ปลอบว่า...
“อย่าเสียใจ เพราะชีวิตนี้ไม่แน่”
ต่อมาเกิดสงครามขึ้น ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านถูกทางราชการเกณฑ์
ไปเป็นทหารทุกคนสามีได้รับการยกเว้นเนื่องจากเป็นคนพิการ
การสู้รบเป็นไปอย่างรุนแรงทำให้ทหารตายเกือบหมด
สามีภรรยาก็ดีใจที่ตัวเองไม่ต้องไปเสียชีวิตในการสงครามครั้งนี้...
นิทานเรื่องนี้สอนเราว่า... บางครั้งเราอาจเกิดความรู้สึกว่า เราได้
สูญเสียมากมาย...เราเสียเปรียบน่าเสียใจ... แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว
เราอาจจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียใจอะไรมาก
อาจจะกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีก็ได้
บางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่าดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว
สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีก็ได้มันก็กลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น
เป็น “อนิจจัง”ไม่แน่นอนจริงๆ เราจึงควรทำความเข้าใจ
กับเรื่องของ “ความไม่แน่นอน” และรู้จัก “ปล่อยวาง”
จาก หนังสือ”ปีกระต่ายขอจงสวัสดี”
ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดป่าสุนันทวนาราม บ้านท่าเตียน ต.ไทรโยค
อ.ไทรโยค จ. กาญจนบุรี
ปีใหม่นี้ก็ขอให้ชาวเอ๊กทีนทุกคนมีความสุข
ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทนะคะ
edit @ 29 Dec 2009 21:09:02 by DukGaDik
credits : ขอบคุณ คุณเต้ ของบอร์ด pantown ค่ะ
ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า
" มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า
พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ
ปรากฏว่า คนหนึ่งตัวสะอาด
อีกคนคัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า
ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน "
นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
" ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ "
ไอสไตน์ พูดว่า
" งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะ
คนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน
เขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไปเก่าเหมือนกัน
ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย
ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า
ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน
ตอนนี้ ผมขอถามพวกคุณอีกครั้งว่า
ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่ "
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า
" อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก
ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก
เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย
ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย
..... ถูกไหมครับ...."
ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน
ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้
ไอสไตน์ ค่อยๆพูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผล
" คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก
นี่แหละที่เขาเรียกว่า " ตรรก " "
เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด
ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล
แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ " ตรรก "
จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก
" พันธนาการของความเคยชิน "
หลบเลี่ยงจาก
" กับดักทางความคิด "
หลีกหนีจาก
" สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "
ขจัด
" ทิฐิแห่งกมลสันดาน "
จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้
อ่านแล้ว มีความคิดยังไงกันบ้างคะ